หน้าแรก > แหล่งคาสิโนออนไลน์ > ติดโรค คาสิโนออนไลน์

ติดโรค คาสิโนออนไลน์

 ติดโรค คาสิโนออนไลน์
ทุกวันนี้โลกหมุนไปเร็วจนคนยุคก่อนตามแทบไม่ทัน นับตั้งแต่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่นั้น คือยุคที่พวกเขาได้จับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีทันสมัยเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก ทำให้พวกเขาเหล่านั้นคุ้นเคยและชินต่อการใช้มันนั้นเอง สำหรับผู้สูงอายุคงมีน้อยคนมากครับที่จะตามทันพวกเทคโนโลยีเหล่านี้และดูเหมือนว่าสำหรับพวกเขานั้นก็เรียกได้ว่า แทบจะละทิ้งหรือไม่ใส่ใจอะไรมากมายเกี่ยวกับเจ้าสิ่งพวกนี้แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘มันไม่ใช่ยุคของพวกเขา’ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้วนั้น การขาดสิ่งพวกนี้แทบจะทำให้พวกเขาขาดสิ่งในชีวิตไปเลยทีเดียว เหตุผลหนึ่งนั้นก็เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คอยอำนวยพวกเขามาตั้งแต่ต้น และได้หยิบยื่นความสบาย ต่างๆให้ พร้อมกับความน่าตื่นเต้นในการรอคอยที่จะมีอะไรใหม่ๆส่งมายังพวกเขา จึงไม่แปลกครับที่คนรุ่นใหม่จะใส่ใจในเทคโนโลยี เหล่านี้เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างอะไรหลายๆอย่างให้พวกเขาเช่นกัน








หากจะว่าไปแล้วนั้น เทคโนโลยีทางการสื่อสารติดต่อก็นับว่าดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อ10 ปีก่อน เราคงไม่คิดนะครับว่า โทรศัพท์ที่คุยแบบเห็นหน้านั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร อินเตอร์เน็ตจะเชื่อมต่อกับมือถือได้อย่างไร เพราะหากย้อนไปเมื่อตอนนั้น บ้านใครที่มีอินเตอร์เน็ตก็นับว่าหรูมากๆแล้ว ในการที่จะหาข้อมูลเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ แต่ทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนแทรกซึมเข้ากับชีวิตประวันเราโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีความจำเป็นกับเรามากๆเสียด้วยซ้ำ ... ผมเชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก Facebook เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าตัวนี้นี่แหละครับ เป็นโซเชียลมีเดียที่เรียกได้ว่าทรงพลังที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กประถมไปจนถึงคนแก่ ก็เรียกได้ว่า ใช้เป็นกันทุกคน และสำหรับคนบางคนนั้น มันคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เสียด้วย

หากเรามองให้ดี สิ่งเหล่านี้ก็มีทั้งโทษและประโยชน์อยู่ในตัวมันเองทั้งสิ้น แล้วแต่ว่าคนๆนั้นจะมีวิธีใช้และพลิกแผลงมันอย่างไรมากกว่า ซึ่งจากข้อมูลใน Voice News นั้นก็ได้มีรายงานว่า การติดโซเชียลจะทำให้เกิด ‘โรค’ ขึ้นดังนี้ด้วย
  1. โรคเศร้าจากเฟซบุ๊ก
    ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องระบายความรู้สึก โดยเฉพาะเมื่อเกิดความรู้สึกเหงา หรือเกิดอาการซึมเศร้าเล็กๆ ได้ เนื่องจากการได้เห็นโพสข้อความ ทางเฟสบุ๊คเกี่ยวกับเรื่องที่มีความสุขของเพื่อนๆ ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า ความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้เช่นกัน
  2. ละเมอแชท
    ซึ่งถือเป็นโรคใหม่ที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนอีโรคหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เกิดจากความเคยชิน หรือการติดสมาทร์โฟนอย่างหนักจนเรียกได้ว่า เก็บไปฝันละเมอเลยทีเดียว และเมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมา ร่างกายและระบบประสาทจะตอบสนองด้วยการหยิบมือถือมาแล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไปในทันที ซึ่งผู้ใช้จะอยู่ในสภาวะ กึ่งหลับกึ่งตื่น เป็นเหตุให้เมื่อตื่นขึ้นมาจะจำอะไรไม่ได้ว่าทำอะไรหรือพิมพ์อะไรไปบ้าง และข้อความนั้นก็เป็นข้อความที่ไม่สามารถจับใจความได้ ปัญหาที่ตามมาก็คือ ร่างกายที่อ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดโรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า และอาจส่งผลกระทบในการเรียนหรือ การทำงานด้วย
  3. โรควุ้นในตาเสื่อม
    โรคนี้เกิดขึ้นจากการใช้สายตาที่มากจนเกินไป ซึ่งจัดได้ว่า เป็นโรคที่มีอันตรายอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ ซึ่งโรคนี้มักจะมาพร้อมกับการใช้สายตาอย่างหนักอยู่เสมอโดยเฉพาะเมื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ โดยปกติแล้วในสมัยก่อนโรคนี้ส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุปัน มีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มากขึ้น และไม่จำกัดช่วงอายุวัย อาการสำคัญคือเวลามองจะเห็นภาพเป็นคราบ ดำๆ คล้ายหยากไย่ ซึ่งการตรวจสอบจะมองเห็นได้ชัดเจนในที่ๆ เป็นพื้นที่สีสว่างๆ เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ผนังห้องขาวๆซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการปวดตา และมีปัญหาด้านสายตาในที่สุด ให้พักสายตาโดยการหลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหลับให้นิ้งประมาณ 5 นาที อย่าลืมออกไปสูดอากาศผ่อนคลาย และมองดูอะไรเขียวๆ ซึ่งได้ผลถึง 70%ทีเดียวค่ะ
  4. โนโมโฟเบีย (Nomophobia)
    เป็นโรคหวาดกลัวการไม่มีมือถือใช้ติดต่อสื่อสารซึ่งนับว่าเป็นโรคเกี่ยวข้องกับทางจิตอย่างหนึ่งเช่นกัน รวมถึงความเครียดเมื่อมือถืออยู่ในจุดอับสัญญาณจนติดต่อใครไม่ได้ เพราะมีอาการวิตกกังวลหรือกลัวเกินกว่าปกติ อาการโดยทั่วไปที่สามารถเช็คได้ง่ายๆ ว่าคุณเข้าขั้นเป็นโรคนี้หรือเปล่าก็คือ เกิดอาการเครียด วิตกกังวล ตัวสั่น หายใจไม่สะดวก คลื่นไส้เมื่อไม่มีโทรศัพท์ อยู่ในจุดอับสัญญาณ หรือแบตเตอรี่หมด นอกจากนี้ยังแสดงอาการด้วยการหยิบสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ขึ้นมาเช็คอยู่ตลอดเวลา ติดการส่งข้อความและการโพสต์ข้อความผ่านสังคมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ว่างไม่ได้ สเตตัส เช็กอิน โพสต์รูป ฯลฯ ต้องมีให้เห็น ที่สำคัญไม่เคยปิดมือถือเพราะกลัวพลาดการอัพเดทเรื่องราวต่างๆ นับว่าเป็นโรคที่บ่งบอกถึงอาการเสพติดสิ่งสื่อสารอย่างมากเลยทีเดียว
  5. สมาร์ทโฟนเฟซ
    สมาร์ทโฟนเฟซ เป็นโรคที่เกิดจากการก้มลงมองและจ้องไปที่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมากจนเกินไป เหตุนี้เองจึงทำให้เกิดการยืดของเส้นใยอิลาสติกบนใบหน้าทำให้แก้มบริเวณกรามเกิดการย้อยลงมา ส่วนกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากจะตกไปทางคางเพราะการนั่งก้มหน้ามองสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณคอและเพิ่มแรงกดบริเวณแก้ม จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้นมา และจะเห็นชัดเจนเมื่อถ่ายภาพด้วยตัวเอง
ซึ่งดูเหมือนว่าวิธีแก้โรคเหล่านี้ จะไม่ยากจนเกินไป เพียงแค่รู้จักการควบคุมการใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายก็พอ คาสิโนออนไลน์ เองก็เป็นหนึ่งในรูปแบบของเทคโนโลยีชนิดนี้เช่นกันเพราะอย่างที่รู้นะครับว่า คาสิโนออนไลน์นั้นก็ได้นำเอา คาสิโน มาใส่ไว้ในรูปแบบของคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีการเล่นแบบออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นเองซึ่งไม่ต่างอะไรกับโซเชียลมีเดียหรือเกมส์ออนไลน์เกมส์หนึ่ง อีกทั้งยังส่งผลในแบบเดียวกันด้วยไม่ว่าจะเป็นอาการประเภทเสพติดหรือความเสื่อมทางสายตา การควบคุมให้เล่นในปริมาณที่พอเหมาะก็จะเป็นผลดีเช่นกัน
30/07/2014
24bwin.net แหล่งบริการข้อมุลคาสิโนออนไลน์